วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

5 เคล็ดลับ พักสายตา

   


               เคล็ดลับที่ 1 หลับตาหน่อยน้อง
             การหลับตา เป็นวิธีที่แสนเบสิค เวลาสายตาเมื่อยล้าจะมีสัญญาณเตือน คือ
 ปวดตา แสบตา ลองหลับตาสักพัก ให้กล้ามเนื้อดวงตาได้พักผ่อน ถือเป็นการพัก
สายตาที่ง่ายแต่ได้ผลดีที่สุด นอกจากนี้มีอีกหนึ่งเคล็ดลับค่ะ ลองหลับสัก 5-10 นาที
(เชื่อว่าน้องหลายคนคงหลับไปเลย) หลับแบบนี้เพื่อให้แสงแดด หรือแสงจาก
ธรรมชาติผ่านหนังตา ไม่น่าเชื่อว่าประโยชน์ของแสงแดดที่ผ่านหนังตาจะช่วยให้
เกิดการไหลเวียนของโลหิตรอบดวงตาด้ เป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา
ได้ดีทีเดียว

            





               เคล็บลับที่ 2 ฝ่ามืออรหันต์
              เคล็ดลับที่ฟังดูน่ากลัว แต่ได้ประโยชน์แบบสุดๆ ต้องยกให้มือน้อยๆ
คู่นี้ของเรา จะเป็นการใช้ความอุ่นในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา โดยให้
น้องๆ เอาฝ่ามือทั้งสองมาถูกันจนรู้สึกอุ่นขึ้น เหมือนที่เราทำกันเวลาหน้าหนาวไง
จากนั้นก็หลับตาและเอาขึ้นมาประคบที่ตา ทิ้งไว้สักพัก ทำแบบนี้สัก 2-3 ครั้ง
จะรู้สึกได้เลยว่าเราสบายตาขึ้นจนรู้สึกได้



           



               เคล็บลับที่ 3 สีเขียวอยู่ไหน


             เคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ว่า สีเขียวเป็นสีที่ดูแล้วสบายตา ให้ความรู้สึก
ผ่อนคลาย ร่มรื่น ถ้าจะพักสายตาให้ไปมองไกลๆ หรือมองหาพื้นที่สีเขียว
เข้าไว้ ถ้าจะให้ดีที่สุด ก็คือ มองต้นไม้ ต้นหญ้า แต่ถ้าอ่านในบ้านก็ให้มองหา
มุมสีเขียวแบบเขียวต้นไม้ ใบไม้ ไม่ควรเป็นเขียวอ่อนแบบแสบตาหรือเขียว
สะท้อนแสง เพราะจะยิ่งแสบตาเข้าไปอีก หรืออีกวิธี ก็คือ ลองหาต้นไม้ปลอม
มาวางไว้ที่โต๊ะสร้างบรรยากาศให้ดูกุ๊กกิ๊กน่ารัก น่านั่งอ่านหนังสือก็ได้นะ
             สำหรับเหตุผลในทางศิลปะ และวิทยาศาสตร์นั้นได้บอกว่า สีเขียวเป็น

สีโทนเย็นและไม่ดูดแสง ทำให้ไม่สะท้อนเวลาแสงส่องเข้ามา จึงทำให้สายตา
ได้พักผ่อน นอกจากนี้พลังของสีเขียวยังทำให้ประสาทสายตา และระบบ
ประสาทได้ผ่อนคลายแถมยังช่วยให้ความดันโลหิตของเราลดลงได้อีกด้วย

             เคล็ดลับที่ 4 กระพริบตาปิ๊งๆ

            การจ้องหนังสือหรือคอมพิวเตอร์นานๆ จะเกิดอาการตาแห้ง ผลที่
ตามมาก็จะแสบตา การกระพริบตาช่วยได้เยอะเหมือนกัน เพราะทุกครั้งที่
กระพริบตาจะทำให้มีน้ำตามาหล่อเลี้ยงหรือเคลือบดวงตาของเราให้ชุ่มชื่น
นั่นเอง โดยเฉลี่ยแล้วคนเราจะกระพริบตาทุกๆ 2-3 วินาทีค่ะ แต่เวลาอ่านหนังสือ
เนี่ย ไม่รู้ว่าตั้งใจเกินไปจนลืมกระพริบตารึป่าว ทำให้เราใช้เวลาถึง 5-6 วินาทีในการ
พริบตาหนึ่งครั้ง น้ำตาจึงระเหยมากกว่าปกติ เป็นสาเหตุให้แสบตานั่นเอง
             ดังนั้น น้องๆ ต้องกระพริบตาบ่อยๆ หรือกระพริบตามปกติก็ได้ค่ะ

แต่ใน 1 นาทีต้องให้ได้อย่างน้อย 12 ครั้งนะคะ




               เคล็ดลับที่ 5 ตู้ปลาหรรษา
           ไม่ต้องงงว่าตู้ปลาเกี่ยวอะไร ถ้าน้องๆ เมื่อยล้าสายตา ลองหา
ตู้ปลาเล็กๆไว้ที่โต๊ะอ่านหนังสือ เหนื่อยๆ ก็ลองหันไปดูปลาแหวกว่าย
ตู้ปลาเล็กๆ อันนั้น รับรองว่าจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นแน่ๆ เพราะเวลาเราเพ่ง
มองสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานๆ ในบรรยากาศที่แห้งแล้งขาดสีสัน เราจะเบื่อและ
รู้สึกอึดอัด ซึ่งถ้าหันไปมองการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อย่างปลา
ก็ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อดวงตาได้อีกทางนึง และยังช่วยให้หายเครียดได้ด้วย
 อ้อ..ปลาที่ว่าก็ขอให้เป็นปลาเล็กๆ สีสันสวยงามนะคะ อย่าให้ถึงกับเอาปลาคราฟ
ปลาหมอสีหรือปลาแปลกๆ มาเลี้ยงเลย เกรงว่าจะต้องผงะก่อนอ่านหนังสือจบ

 ที่มาhttp://www.dek-d.com/content/education/25817/5-เคล็ดลับ...-พักสายตาที่เมื่อยล้าจากการอ่านหนังสือ.php

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

บุคลิกภาพกับการเลือกอาชีพ

        
        
         1.ถ้าคุณเป็นคนค่อยข้างหัวอ่อน ขี้อาย แต่ชอบที่จะเปิดเผย ไม่หมกมุ่น และ
มีความเสมอต้นเสมอปลาย ลักษณะของบุคลิกแบบนี้เขาเรียกว่า คุณเป็นผู้มีความ
สนใจแบบ Realistic อาชีพการงานที่เหมาะกับคนกลุ่มนี้ ก็คงจะเป็นพวกที่ต้องใช้
ฝีมือมากกว่าที่จะเป็นงานที่ยุ่งเกี่ยวกับสังคมเพราะด้วยความที่เป็นคนไม่ชอบการเข้า
สังคมสักเท่าไหร่นัก ฉะนั้น อาชีพที่ถือว่าเหมาะสมหรือใกล้เคียงกับคนแบบนี้น่าจะได้แก่
ช่างฝีมือ หรือช่างซ่อมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
          2. หากคุณเป็นคนชอบวิเคราะห์วิจารณ์ แต่มีหลักการ อีกทั้งเป็นคนชอบใฝ่รู้
ฉลาด แต่ก็ยังรักความอิสระ บุคลิกภาพของคนกลุ่มนี้จะมีความสนใจแบบ Investigative
 จึงทำให้พวกเขาไม่ค่อยจะพอใจนักหากได้ทำงานที่ต้องเลียนแบบใคร ด้วยเหตุที่เขา
จะมีความคิดเป็นของตัวเองจึงทำให้อาชีพที่เหมาะสมกับคนกลุ่มนี้จัดอยู่ในพวก
งานด้านวิทยาศาสตร์และเทคนิค นักวิชาการ เช่น นักอุตุนิยมวิทยา นักชีววิทยา นักเคมี
 นักฟิสิกส์ นักเขียนบทความทางวิชาการ


          3. และถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองชอบทำประโยชน์ มีจิตใจเมตตากรุณา รู้สึกเข้าใจ
เพื่อนมนุษย์ มีอุดมคติและมีความคิดลึกซึ้ง แถมชอบเข้าสังคมด้วย บอกได้เลยว่าคุณมี
บุคลิกภาพแบบ Social ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้คุณชอบทำกิจกรรมเป็นชีวิตจริงใจ หรือไม่เช่นนั้น
ก็ต้องทำอะไรที่เกี่ยวกับการให้ความรู้ การฝึกหัด การพัฒนา และสิ่งที่คุณจะไม่ชอบเอา
เสียเลยก็คงจะเป็นกิจกรรมที่ต้องเกี่ยวกับวัตถุเครื่องมือเครื่องยนต์ และจากพฤติกรรม
ดังกล่าวทำให้แนวโน้มอาชีพของคุณจัดอยู่ในพวก งานด้านบริการ หรืองานอันต้องมี
ความเกี่ยวข้องกับสังคม ดังนั้น อาชีพที่จัดว่าเหมาะสมกับกลุ่มนี้ ได้แก่ ครู นักจิตวิทยา
จิตแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ ที่ปรึกษาปัญหาส่วนตัว

          4. แต่หากคุณเป็นคนชอบเลียนแบบ ไม่มีจินตนาการไม่มีความยืดหยุ่น
ชอบการวางท่า แต่ยังคงรักษาไว้ด้วยความอ่อนน้อม เรียบร้อย เยือกเย็น  ขอบอกไว้เลย
ว่าคุณมีบุคลิกภาพแบบ Conventional ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสะท้อนออกมาให้เห็นในรูปแบบ
ของนักกิจกรรม นักจัดระบบ รวมไปถึงนักคำนวณ เพราะฉะนั้น อาชีพที่เหมาะกับพวกเขา
จะเป็นประมาณ นักบัญชี ผู้ดูแลสินค้าในสต๊อก ผู้ควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์
เสมียนจ่ายเงิน พนักงานจดคำให้การในศาล ฯลฯ

          5. และถ้าคุณเป็นคนชอบการเสี่ยงภัย ทะเยอทะยานกล้าโต้แย้ง มีความน่าเชื่อถือ
กระปรี้กระเปร่า เปิดเผย ใจร้อน มองโลกในแง่ดี สนุกสนาน มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง
พร้อมกับเป็นคนช่างพูด  ุคลิกภาพของคุณจัดอยู่ในแบบ Enterprising ซึ่งจะทำให้คุณ
เป็นคนชอบกิจกรรมที่ต้องเกี่ยวข้องกับการวางแผน การเป็นผู้นำ การชักชวน ดังนั้น อาชีพ
ที่เหมาะสมกับความเป็นคนอย่างคุณที่สุดคงจะหนีไม่พ้น งานในสายอาชีพการจัดการ
ค้าขาย เช่น นักธุรกิจ พ่อค้า แม่ค้า แอร์โฮสเตส นายหน้า นักจัดรายการโทรทัศน์ ฯลฯ

          6. หากคุณมีบุคลิกแบบคนที่ชอบจุกจิก เจ้าอารมณ์ ใจร้อน แต่มีความเป็นหญิงสูง
คือ ชอบเพ้อฝัน รักอิสระ ช่างคิด ไม่ชอบการเลียนแบบ ชอบที่จะคิดริเริ่มด้วยตัวเอง
สิ่งเหล่านี้ถือเป็นแบบของผู้ที่มีความสนใจแบบ Artistic คือชอบการทำกิจกรรมที่เกี่ยว
ข้องกับนามธรรม รักที่จะทำอะไรโดยอิสระ ไม่เป็นระเบียบแบบแผน และโดยส่วนใหญ่
จะมีความสามารถในด้านศิลปะ ภาษา ดนตรี การละครและการเขียน อาชีพที่เหมาะสมกับ
คนในกลุ่มนี้คือ นักดนตรี นักประพันธ์ นักโฆษณา นักร้อง ผู้ค้าศิลปวัตถุ


ที่มาจาก : http://www.tungsong.com/OnlyDay/occupation/index.html

ประเพณีจังหวัดจันทบุรี

       
           ประเพณีชักพระบาท
จัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ วัดตะปอนใหญ่ อำเภอขลุง เป็นประเพณี
ที่สืบทอด
กันมากว่า 100 ปีแล้ว ภายในงานมีการรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ และมีการแข่งขัน
การชักเย่อเกวียน โดยมีม้วนภาพเขียนรอยพระพุทธบาทอยู่ตรงกลาง
กลางคืนมีมหรสพ



         งานนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง
จัดขึ้นในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 2 ช่วงเทศกาลตรุษจีนถึงเดือนมาฆบูชา

(ประมาณเดือนมกราคม-มีนาคม) ณ บริเวณยอดเขาคิชฌกูฏ   ภายในงานมีการจัด
บวงสรวงเทวดาอารักษ์ พิธีปิดทองรอยพระพุทธบาท การจัดเดินป่าขึ้นยอด
เขาคิชฌกูฏ เป็นงานประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมานานหลายสิบปี โดยมีความเชื่อ
ว่าจะได้บุญสูงและเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก
ประกวดรถประดับผลไม้ การประกวดธิดาชาวสวน การประกวดผลไม้ที่มีชื่อเสียงของ
ภาคตะวันออก และการประกวดสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน การออกร้านจำหน่ายอัญมณี
และการออกร้านของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอื่นๆอีกมากมาย





           งานตากสินรำลึก
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม ถึงสัปดาห์แรกของเดือน มกราคม ของทุกปี ที่สนาม

กีฬาจังหวัด เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงกอบกู้
กรุงศรีอยุธยามีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานราชการ และการออกร้านจำหน่าย
สินค้าพื้นเมืองของจันทบุรี และการประกวดนางสาวจันทบูร

                                             



         งานปิดทองพระพุทธไสยาสน์
จัดขึ้นประมาณใกล้เทศกาลตรุษจีน บริเวณวัดไผ่ล้อม มีการแสดงธรรมเทศนา

และจัดแสดงมหรสพ

 

          เทศกาลท่องเที่ยวเขาสอยดาว
จัดขึ้นในช่วงปลายปี บริเวณจุดชมวิวที่ว่าการอำเภอสอยดาวและบริเวณเขตรักษา

พันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ในงานมีการนำเสนอผลผลิตทางการเกษตร สินค้าหนึ่งตำบล
หนึ่งผลิตภัณฑ์ การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแข่งขันสอยดาว การจำหน่ายผลไม้หลัก
ของอำเภอ





         ประเพณีการแข่งเรือวัดจันทนาราม
ทางวัดจันทนารามได้จัดให้มีการฟื้นฟูประเพณีเก่า ๆ โดยเฉพาะประเพณีการแข่ง

เรือ ทางวัดได้เชิญเรือจากที่ต่างๆ มาเข้าร่วมประเพณีในการแข่งขันเรือยาว
การแข่งเรือจะจัดแข่งขันในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ทั้งนี้นอกจากจะฟื้นฟู
ประเพณีเชื่อมความสามัคคีแก่หมู่คณะแล้ว ยังมีโอกาสได้ประกอบการกุศลอีกด้วย



         ประเพณีการทำบุญข้าวหลามหรือการทำบุญหัวสะพาน
การทำบุญหัวสะพานของชาวหมู่บ้านหนองตาลิ่น เดิมมีจัดที่หัวสะพานจริง ๆ แต่
เนื่องจากไม่สะดวกเพราะรถผ่านไปมาได้ย้ายไปจัดบริเวณศาลาพักร้อนกลาง
หมู่บ้าน จัดขึ้นประมาณกลางเดือนอ้าย โดยก่อนถึงวันงานคนในหมู่บ้านแทบทุกบ้าน
จะทำการเผาข้าวหลามกันเป็นการใหญ่เพื่อเตรียมนำไปทำบุญในวันรุ่งขึ้น
บางบ้านก็ทำข้าวต้มห่อโดยนำอาหารหวานคาวไป ทำบุญที่ศาลากลางหมู่บ้าน
กลางคืนจะมีการแสดงละครชาตรี



ประเพณีพานฟางของชาวบ้านวันยาวล่าง จันทบุรี
ชาวนาจะนำฟ่อนข้าวมาวางเรียงซ้อน ๆ กันในลานนวด กลางลานมีเสาเกียดปัก

อยู่ตรงกลาง เพื่อใช้เป็นหลักมัดพรวนควาย ประมาณ 5-6 ตัว มัดเรียงกันเป็นแถว  
 ปลายพรวนมัดติดกับเสาเกียดไว้ ก็ใกล้ค่ำชาวนาจะนำควายที่มัดเป็นพรวนติด
กับเสาเกียดย่ำลงบนฟ่อนข้าวที่วางเรียงซ้อนไว้กลางลานนวด เมื่อเม็ดข้าวร่วงจาก

ฟ่อนจะตัดฟางที่มัดฟ่อนข้าวออก และใช้มือหอบฟ่อนข้าวขึ้นมากองรอบเสาเกียด
เป็นการรื้อฟ่อนข้าวออกเอาแต่เม็ดข้าวไว้ ชาวนาจะซัดฟางข้าวโดยใช้มือหอบโยนไป
ที่เสาเกียดกลางลานนวด แล้วใช้ควายชุดเดิมมัดพรวนติดกับเสาเกียดอีกครั้ง ย่ำฟ่อน
ข้าวอีกหนให้เม็ดข้าวร่วงหล่นให้หมด หลังจากนั้นใช้ดองเกี่ยวฟางข้าวโยนออกไป
นอกลานก็จะเหลือแต่เม็ดข้าวเปลือกไว้ ขณะที่พานฟางชาวบ้านจะต้องร้องเพลง
โหงขึ้นต้นว่า โหงอ่อนเอย ร่อนลงอยู่ในดงมะไฟ หนุ่มสาวจะร้องเพลงแก้กันอย่าง
สนุกสนานจนหายเหนื่อย
       เสร็จพิธีพานฟางก็จะทำข้าวเหนียวน้ำกะทิเลี้ยงกันอย่างอิ่มหนำสำราญ
ด้วยความสนุกสนานรักใคร่สามัคคี



 ที่มา:
http://www.baanjomyut.com/76province/east/chanburi/costom.html